ที่มาของ Karakuri

       ย้อนกลับไป ประมาณ 1200ปี กล่าวกันว่า มีการบันทึกในประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรกว่า  เรื่องราวเกี่ยวกับ Karakuri ของญี่ปุ่น ได้เริ่มเกิดขึ้น ในยุคสมัย Heian  หลังจากนั้น ในสมัย Muromachi มีการไหลเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตาก เช่นอุปกรณ์เครื่องจักร ประเภทนาฬิกา และในศตวรรษที่ 17 จึงได้เริ่มมี “Karakuri”ที่เป็นของญี่ปุ่นเอง

       โดยเฉพาะ ( ตุ๊กตา Karakuri ) ที่เรียกได้ว่า เป็นสัญลักษณ์นั้น  ก็จะมี ( ตุ๊กตายกชา ) ที่ยกถ้วยชา  หรือ ( เด็กยิงธนู ) ที่มี ตุ๊กตา ดึงลูกธนูจากตระกร้า แล้วมาพาดที่คันธนูแล้วเล็งที่เป้า  ต่างๆ  ซึ่งยังคงเห็นได้แม้ในยุคปัจจุบัน   ลักษณะพิเศษดังกล่าวของ Karakuri นี้ คือ การเคลื่อนไหวแบบ อนาล็อค ที่ไม่มีแรงขับเคลื่อนเชิงวิทยาศาสตร์ หรือ อุปกรณ์ควบคุม เช่น มอเตอร์ หรือ เซ็นเซอร์  แต่ เป็น การใช้ เกลียวสปริง หรือ ฟันเฟือง

ตุ๊กตาขนชา และโครงสร้างภายใน ของฟื้นฟู  พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

พิพิธภัณฑ์บริติช

ตุ๊กตาเด็กยิงธนู

Karakuri Kaizen หมายถึง

       Idea ของ operator ที่สร้างกลไกอย่างง่ายๆ ด้วยมือ ใช้ความคิดสร้างสรรค์สูงโดยไม่ต้องใช้เงิน (ใช้เงินน้อยที่สุด) เพื่อทำให้งานนั้นทำได้ง่ายขึ้น

       ในหน้างานการผลิตในปัจจุบันนั้น มีการใช้  ( Karakuri )ที่มีมาแต่อดีต เช่น แรงโน้มถ่วง หลักการของคาน   เกลียวสปริง  ลูกเบี้ยว หรือ ลูกรอก ต่างๆ อย่างประณีต ที่เรียกว่า (Karakuri Kaizen) ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก   ลักษณะพิเศษ ก็คือ (Simple)(Hand made)(Low cost) สิ่งที่น่าแปลกคือ เป็นกลไกที่ง่ายๆ สามารถแก้ไขปัญหาจำนวนมากที่สะสมอยู่ที่หน้างานการผลิต เช่น คุณภาพ  ประสิทธิภาพการทำงาน  เครื่องเสียต่างๆ

       ไคเซ็นที่ว่านี้  เริ่มต้นจาก การพยายามแก้ไขปัญหาด้วยความคิดสร้างสรรค์ ต่อปัญหาในประจำวันด้วยตัวเอง  ปัญหาหน้างานที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน มีเช่น ของเสียคุณภาพ   การ Setup , Minor stoppage  งาน 3K (Kiken=อันตราย, Kitanai= สกปรก, Kitsui=งานหนัก) ผลลัพธ์ก็คือ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงต่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของหน้างานการผลิต ดังกล่าวมาแล้ว

       นอกจากนี้ ในการไคเซ็น  ยังสามารถใช้วัสดุราคาต่ำ ที่เป็นของทิ้งแล้ว หรือ สามารถหาซื้อได้ในร้าน ร้อยเยน  ไม่ต้องใช้มอเตอร์ขนาดเล็กใหม่ หรือ อุปกรณ์ควบคุมเช่นเซ็นเซอร์  หรือ ซอฟท์แวร์ต่างๆ  ทำให้ สามารถสร้างผลลัพธ์ ที่เป็นผลพลอยได้ ที่เป็นประโยชน์ต่อ การประหยัดพลังงาน และ ความปลอดภัย ด้วยต้นทุนที่ต่ำ

       คำจำกัดความ Karakuri Kaizen โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ โตโยฮาระ ทสึมูระ

 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชิบะอุระ

หมายเหตุ Muri = ฝืน (เกินกำลัง) , Muda= สูญแปล่า, Muri = ความผันผวน (Fluctuation)

       การแบ่งประเภทของ Karakuri Kaizen จากการประดิษฐ์คิดค้นของพนักงานหน้างานการผลิตแบ่งได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ดังนี้

1. แบ่งประเภทไคเซ็น(ประเภทผลงาน)

       เป็นการแบ่งประเภทตามวัตถุประสงค์ของ  Karakuri Kaizen  เป็นหัวข้อไคเซ็นปัญหาของ เครื่องจักรการผลิตประเภทไคเซ็น (ประเภทผลงาน)

a. หยิบออก 1 ชิ้น

b. การควบคุมโดยดูด้วยตา

c. การเอาชิ้นงานออกมา

d. ขนย้าย

e. Set up change

f. ป้องกันการกระจาย

g. มาตรการความปลอดภัย

h. มาตรการต่อ Minor stoppage

i. อุปกรณ์พัฒนาในบริษัทตนเอง

j. ไคเซ็นอุปกรณ์เครื่องมือ

2.  แบ่งประเภทอุปกรณ์・・・แบ่งด้วยอุปกรณ์ข้างล่างว่า จะใช้อุปกรณ์ใน Karakuri Kaizen อย่างใด ในการ แก้ไขปัญหา ของจากการแบ่งประเภทไคเซ็น

3. แหล่งแรงขับเคลื่อน

1.แรงโน้มถ่วง

2.แรงยืด

3.แรงอื่นๆ(การเคลื่อนไหวของอุปกรณ์)

4.แรงดัน

5. แรงคน

6. แรงลอยตัว

7.แรงแม่เหล็ก

8. แรงไฟฟ้า

9.แรงเสียดทาน

10.แรงไฟฟ้าสถิตย์

4. แบ่งประเภทการถ่ายโอนแรง

โครงสร้างการถ่ายโอนแรง

1.ตาชั่ง คาน

2.ฟันเฟือง ลูกรอก

3.โครงสร้างลูกเบี้ยว

4.โครงสร้าง ลิ้งค์

5.Lever ดันออก ・Guide rail

6.แสง เสียง การสั่น

7.ด้าย เชือก แท่งไม้ ไม้ เหล็ก

8.น็อต (เกลียว)

9. Koro Roller บันใด

10. Shooter

11. ลูกข่าง・ใบพัด

12.สุญญากาศ ความต่างระดับน้ำ

13. ความต่างอุณหภูมิสูงต่ำ

14. คลื่นหมุนของสารเหลว

15. แยกออก   ประกบติด

เรียบเรียงโดย  อาจารย์ณรงค์เกียรติ  นักสอน
ที่ปรึกษา TPM-JIP